เรือพระที่นั่ง ศรีสุพรรณหงส์

เป็นเรือที่แกะสลักโขนเรือเป็นรูปหงส์ สำหรับลำปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นแทนลำเดิมที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่จริงแล้วเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีมาแต่สมัยอยุธยาแล้ว ดังทราบได้จากบทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ที่ว่า
สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม
หรือจากลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ว่า
สุพรรณหงส์เหินเห็จฟ้า ชมสินธุ์ ดุจพ่าห์พรหมินทร์บิน ฟ่องฟ้อน จัตุรมุขพิมานอินทร์ อรอาสน์ เป็นที่นั่งรองร้อน ทุเรศร้างวังเวง
สำหรับลำปัจจุบันนี้ได้มีการประกอบพิธีลงน้ำเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นเรือพื้นดำน้ำหนัก ๑๕.๑ ตัน กว้าง ๓.๑๕ เมตร ยาว ๔๔.๗๐ เมตร ลึก ๐.๙๐ เมตร กินน้ำลึก ๐.๔๑ เมตร ฝีพาย ๕๐ นาย นายท้าย ๒ นาย นายเรือ ๒ นาย พายที่ใช้เป็นพายทอง พลพายจะพายในท่านกบินและถือเป็นธรรมเนียมว่า ถ้าจะเปลี่ยนเป็นท่าพายธรรมดา หรือพายกระเดียด จะต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเสียก่อนจึงเปลี่ยนท่าพายได้
( ข้อมูลจาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่ม ๒๑ หน้า ๔๔ )
แบบแปลน เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ตามสเกลเรือจริง
เรือบุญแห่งพระบารมี
จินตนาการของช่างสกุลล้านนา
เป็นเรือแห่งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงนำพาคนไทยทั้งชาติฝ่าฟันวิกฤตของกระแสแห่งวัตถุนิยมที่ไหลท่วมสู่วิถีชีวิตของคนไทยทุกระดับชั้น พระองค์มุ่งแก้ปัญหาโดยการใช้ทฤษฎีใหม่ในแนวทางแบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนหันกลับมามองถึงคุณค่าแห่งความดี ความสามัคคีและภูมิปัญญา อันเป็นพื้นฐานชีวิตดั้งเดิมของชนชาติไทย เพื่อลดปัญหาความยากจนที่เป็นพื้นฐานนำไปสู่ปัญหาต่างๆมากมายในสังคมปัจจุบัน
เป็นเรือแห่งสัญลักษณ์แทนความหมายถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงห่วงใยต่อพสกนิกร ปรารถนาให้ทุกคนในชาติมีความผาสุกและนำพาบุคคลในชาติอยู่เหนือวิกฤติ ด้วยเรือบุญแห่งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หลักคิดในการออกแบบ
เป็นการเชื่อมโยงกัน ๓ ส่วนระหว่าง พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แนวคิดของชมรมเครื่องเงิน บ้านวัวลาย ที่มีทักษะการดุนโลหะที่สืบทอดกันมายาวนาน และ การผสานศิลปกรรมแบบร่วมสมัย โดยอัญเชิญรูปแบบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งเป็นเรือสำคัญในกระบวนพยุหยาตราชลมารค เป็นเรือที่มีความงดงามแสดงถึงอัจฉริยะในการต่อเรือของช่างไทยแต่โบราณ ที่องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลมรดกทางทะเลขององค์การเรือโลก ประจำปี ค.ศ. ๑๙๙๒ ( พ.ศ. ๒๕๓๕ ) เป็นการยกย่อง มาเป็นต้นแบบ ประดับสัญลักษณ์รูปกระต่าย เป็นราศีแห่งปีพระประสูติกาล ยุ้งข้าว ๓ หลังตั้งประทับบนลำเรือ อัญเชิญตราสัญลักษณ์ในรัชสมัยแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติ ๖๐ ปี มาประดิษฐานบนส่วนยอด ส่วนหลังสุดท้ายประดิษฐานตราธรรมจักร สัญลักษณ์แห่งพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติไทย
ยุ้งข้าวสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์แห่งการเกษตรกรรมบนผืนแผ่นดินล้านนา และแทนความหมายถึงคลังปัญญาของวิถีพุทธ ฆ้อง กลองหลวง แทนความหมายถึงพระเกียรติคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ขจรไกลไปทั้งโลก และแทนความหมายเสียงแห่งธรรม ของศาสนาพุทธที่แผ่ไพศาล พสกนิกรบนเรือบุญแห่งพระบารมี เป็นตัวแทนของชาวไทยทั้งชาติที่ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ลวดลายข้างลำเรือเป็นเอกลักษณ์ของลายช่างล้านนาร่วมสมัย ดวงตาหงส์และ พู่ห้อย ประดับด้วยพลอยแดง Ruby light พลอยเหลือง Yellow Sapphire
ใช้โลหะเงินบริสุทธ์ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ น้ำหนัก ๑๒,๙๙๙ กรัม ขนาดเรือยาว ๑ เมตร ๒๙ เซนติเมตร กว้าง ๑๒.๙ เซนติเมตร
แบบเรือบุญบารมี สุพรรณหงส์เงิน ล้านนา